Cheer Viva Ladkrabang อาคารสำนักงานบนถนนลาดกระบังรูปแบบใหม่ กับดีไซน์โดดเด่นน่าหลงใหล ที่คุณต้องไปเห็นสักครั้ง

Cheer Viva Ladkrabang

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ 

ผนังอะคูสติกใยไม้ Trandar Heradesign ขนาด 600x1200x15 มม.

ลักษณะ

แผ่นใยไม้อะคูสติกใยไม้มีส่วนผสมของใยไม้ และแร่เมกนิไซท์ ทำให้แผ่นมีความแข็งแรงทำงานง่ายเหมือนงานไม้ทั่วไป สามารถใช้เครื่อง CNC ตัดได้เลย สามารถนำมาหุ้มผ้าแทนฉนวนได้เลย เพราะนานๆไปฉนวนพวกนี้จะยุบตัว แต่ถ้าใช้ Trandar Heradesign จะไม่ยุบตัว จะคงสภาพอยู่ได้ยาวนาน หรือจะนำมาสกรีนเป็นลวดลายหรือรูปที่คุณชอบ ซึ่งTrandar Heradesign เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน สามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็น ห้องซ้อมดนตรี ห้องดูหนัง ห้องเรียน ห้องประชุม หรือแม้แต่ห้องอาหาร ก็สามารถดีไซน์ตกแต่งได้หลากหลาย และยังได้ค่าอะคูสติกในการซับเสียงก้องเสียงสะท้อนในห้องอีกด้วย

คุณสมบัติ

  • ผลิตและนำเข้าจากประเทศออสเตรียทำให้สินค้ามีคุณภาพ มีมาตรฐานสูง
  • มีส่วนผสมหลักคือ เส้นใยไม้, แร่แมกนิไซท์ และน้ำ ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน ทำงานและติดตั้งง่ายเหมือนงานไม้ทั่วไป
  • มีค่าอะคูสติก (์NRC) สูงถึง 1 เมื่อติดตั้งเป็น System ร่วมกับ โครง Trandar Heplar และฉนวน dB phon
  • มีผิวหน้าเรียบเนียนสามารถนำแผ่นมาต่อกันได้อย่างเนียนสนิท
  • สามารถนำมาหุ้มผ้าตกแต่งผนังแทน ฉนวนหรือฟองน้ำได้ เพราะนานๆไปฉนวนหรือฟองน้ำจะยุบตัวลง ทำให้ไม่สวย
  • สามารถนำมาพ่นสีได้ถึง 6 รอบโดยที่ค่าอะคูสติกไม่ลดลง
  • มีมาตรฐานไม่ลามไฟ B-S1, do
  • มีส่วนผสมจากแร่เมกนิไซท์ ทำให้สามารถควบคุมความชื้นได้ดี สามารถติดตั้งบริเวณสระว่ายน้ำได้อย่างไร้กังวล

Cheer Viva Ladkrabang

Cheer Viva ออกแบบโดย Atelier of Architects ซึ่งที่นี่เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานบนถนนลาดกระบังที่มีความเป็นหนึ่งเดียวแบบ monolithic architecture ของอาคารประเภทนี้ ซึ่งถูกตีความใหม่ให้เกิดงานสถาปัตยกรรมที่สื่อสารกับบริบทได้มากขึ้น คุณศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ คุณลักษ์พงษ์ สุนทรสินธุ์ และคุณเมธัส ภัทรกำพล สถาปนิกจาก Atelier of Architects อธิบายว่าความท้าทายของโครงการนี้ไม่ได้มีเพียงโจทย์ทางด้านพื้นที่เท่านั้น แต่ยังมีโจทย์ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยอีกด้วย

Layout Cheer Viva Ladkrabang

โดยในด้านการใช้สอย Cheer Viva เป็นอาคารขนาด 9,800 ตารางเมตร ของบริษัท Medline และบริษัทในเครือ ที่ทำการผลิต ส่งออก และนำเข้าเวชภัณฑ์ยา ซึ่งมีจำนวนพนักงานประมาณ 400 คน และต้องการพื้นที่สำนักงานที่มีความยืดหยุ่นสูงเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนแผนกและรูปแบบทางธุรกิจอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันสถาปนิกยังได้รับคำแนะนำจากซินแสผู้เป็นที่ปรึกษาโครงการในขั้นตอนต่างๆ ถึง 3 ท่าน  ซึ่งข้อจำกัดในประเด็นหลังนี้ถูกรับไว้และผลักกลับมาเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องของภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ของกลุ่มอาคาร

Cheer Viva Ladkrabang

ด้วยข้อเสนอแนะว่าอาคารไม่ควรมีมุมแหลม สถาปนิกจึงตัดสินใจที่จะทดลองห่อหุ้มพื้นที่สำนักงาน ที่ซ้อนกันขึ้นไปแบบตรงไปตรงมาเพื่อความยืดหยุ่น ด้วยเปลือกอาคารที่มีความโค้งมน โดยเกิดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่สูงเกือบ 23 เมตร และมีมุมโค้งทั้ง 4 ด้าน เปลือกอาคารบางส่วนถูกวางให้โค้งกลับเข้าหาผนังด้านในเพื่อเผยให้เห็นพื้นที่ส่วนต่างๆ เช่น โถงต้อนรับ ทางเข้าที่จอดรถใต้อาคาร และช่องทางเชื่อมระหว่างอาคาร ซึ่งเทคนิคการคว้านปริมาตรภายในออกนี้ไม่เพียงลดทอนความสมมาตรของรูปทรง แต่ยังทำให้พื้นที่ภายในเปิดสู่ภายนอกมากขึ้น นอกจากนี้ สถาปนิกยังตั้งใจใช้เปลือกอาคารโค้งร่วมกับผนังด้านในที่ถูกสร้างเป็นผนังสองชั้นแบบประหยัด เพื่อช่วยลดแสงแดดและความร้อนที่จะผ่านผนังกระจกเข้าสู่อาคาร โดยเลือกใช้แผ่นอะลูมิเนียมเจาะรู (perforated aluminium sheet) ขนาด 2.4 เมตร x 1.05 เมตร และเจาะรูวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร ที่กระจายไปบนแผงวัสดุจนเกิดความโปร่ง ในขณะที่รูขนาด 2.5 เซนติเมตร ช่วยให้ผู้ใช้อาคารสามารถมองออกไปยังทิวทัศน์ภายนอกได้ การเรียงตัวของช่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนี้ถูกออกแบบให้ต่อกันบนแผงอลูมิเนียม 4 แผง ในรูปร่างคล้ายเม็ดยาแบบแคปซูล ซึ่งกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างภาพลักษณ์อาคารและธุรกิจของบริษัท

Cheer Viva Ladkrabang

สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ Cheer Viva เป็นตัวอย่างอาคารแนว corporate architecture ที่เป็นผลลัพธ์จากการแปรข้อจำกัดเชิงวัฒนธรรม หรือในที่นี้คือศาสตร์ด้านฮวงจุ้ย มาเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ดู ultra-modern และ ultra-local ในเวลาเดีแนวคิดการใช้เปลือกอาคารลักษณะนี้มีผลให้ผู้ใช้อาคารและผู้ที่สัญจรผ่านไปมาเกิดประสบการณ์ที่น่าสนใจทั้งจากภายในและภายนอก  งานออกแบบแสงสว่างโดย PUM Lighting Studio ได้ช่วยทำให้กลุ่มอาคาร Cheer Viva เรืองแสงขึ้นในเวลากลางคืน กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ดูโปร่งเบาแตกต่างไปจากภาพที่เห็นในตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง

Cheer Viva Ladkrabang

นอกจากความโค้งมนของตัวสถาปัตยกรรมแล้ว ตำแหน่งการวางอาคาร ขนาดหน้ากว้างอาคาร และชั้นโถงต้อนรับ ยังเป็นผลจากการปรับข้อเสนอแนะด้านฮวงจุ้ยให้เป็นประโยชน์ในเชิงการออกแบบ โดยสถาปนิกไม่เพียงวางให้อาคารถอยจากแนวถนน แต่ยังผลักลึกเข้ามาจนถึงส่วนซึ่งที่ดินเริ่มขยายออก ทำให้เกิดที่โล่งว่างขนาดใหญ่ทั้งทางทิศเหนือด้านหน้า และทิศตะวันตกด้านข้าง โดยที่ดินส่วนแรกนั้นกลายเป็นสนามหญ้าและลานเทียบรถที่ช่วยให้โครงการถูกรับรู้ได้อย่างเด่นชัด และแตกต่างจากเนื้อเมืองโดยรอบที่ค่อนข้างหนาแน่น ที่ดินส่วนที่สองได้ช่วยรองรับการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ขนาด 3,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมเอาพื้นที่ใช้สอยของบริษัทที่เพิ่มมาภายหลัง โดยประกอบด้วยห้องอาหารของพนักงาน ห้องประชุมย่อย หอประชุมที่อยู่ชั้นบนสุด 

ติดตั้ง Trandar Heradesign ทั้งฝ้าและผนังของห้อง Auditorium
ติดตั้ง Trandar Heradesign ทั้งฝ้าและผนังของห้อง Auditorium

ซึ่งบริเวณห้อง Auditorium ที่นี่ใช้ผลิตภัณฑ์แผ่นใยไม้ Trandar Heradesign ในการตกแต่งในส่วนของฝ้าและผนัง เพื่อช่วยในการดูดซับเสียงก้องเสียงสะท้อน และช่วยให้ความสวยงามและมีความโดดเด่น ซึ่ง Trandar Heradesign สามารถพ่นสีได้ถึง 6 รอบ โดยที่ค่าอะคูสติกไม่ลดลง  และในสวนขนาดย่อมที่ชั้นล่าง อาคารหลังที่สองนี้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงสะท้อนการใช้สอยภายใน ในขณะที่สถาปนิกยังใช้เปลือกผนังที่มุมโค้งมนในส่วนของห้องประชุมในชั้นที่ 3 และ 4 ทำให้มีความเชื่อมโยงกับอาคารแรกและก็แตกต่างในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงและที่โล่งที่พอเหมาะพอเจาะนี้ ยังรวมถึงโถงต้อนรับในกล่องกระจกที่ถูกยกขึ้นไว้ในชั้นที่ 2 ของอาคารหลัก ซึ่งช่วยทำให้กลุ่มอาคาร Cheer Viva กลายเป็นสำนักงานที่มีบรรยากาศน่าทำงาน และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม


ขอบคุณภาพจาก : art4d, Atelier of Architects


เจ้าของ : บริษัท เมดไลน์ จำกัด
ผู้ออกแบบ : Atelier of Architects Company Limited 


Leave a Reply

Your email address will not be published.

twelve + one =