Trandar
Menu
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ สินค้า
insul
ผลงาน
บทความ
ข่าว ติดต่อเรา
ไทย English 中文 日本語 한국어
Please login to download Don't have an account? Register

มาตรฐานทดสอบ "การกันไฟ" ของวัสดุก่อสร้าง แต่ละประเทศทดสอบกันอย่างไร?





เวลาพูดถึง "วัสดุกันไฟ" หลายคนอาจคิดว่ามีมาตรฐานเดียวทั่วโลก แต่ความจริงแล้วแต่ละประเทศมีระบบทดสอบและเกณฑ์การให้คะแนนที่แตกต่างกัน แม้จะวัดเรื่องเดียวกันคือ "ความปลอดภัยจากไฟ" ก็ตาม บทความนี้พาไปรู้จักมาตฐานหลักจาก 6 ประเทศ/ภูมิภาค ที่สถาปนิกและวิศวกรทั่วโลกใช้อ้างอิง


ก่อนอื่น ต้องเข้าใจว่าการทดสอบวัสดุกันไฟแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก:
Reaction to Fire — วัดว่าวัสดุติดไฟง่ายแค่ไหน ลามไฟเร็วแค่ไหน
Fire Resistance — วัดว่าโครงสร้าง (ผนัง, ฝ้า, ประตู) ทนไฟได้กี่นาทีก่อนไฟทะลุผ่าน
Smoke & Toxicity — วัดปริมาณควันและสารพิษที่เกิดขึ้น



🇬🇧  สหราชอาณาจักร — BS 476
มาตรฐานเก่าแก่ที่ยังใช้แพร่หลายทั่วโลก แบ่งเป็นหลายส่วน (Part) ที่คุ้นเคยกันคือ

  • BS 476 Part 6-7 : ทดสอบการลามไฟบนพื้นผิววัสดุ (Surface Spread of Flame) และอัตราการปล่อยความร้อน จัดคลาสตั้งแต่ Class 0 (ดีที่สุด) ไปจนถึง Class 4
  • BS 476 Part 20-23 : ทดสอบความทนไฟของโครงสร้าง (Fire Resistance) โดยให้ผลเป็นระยะเวลาที่ทนไฟได้ เช่น 30, 60, 90, 120 นาที ก่อนที่โครงสร้างจะเสียความสามารถในการกันไฟ กันความร้อน หรือกันควัน

BS 476 ยังมีอิทธิพลต่อมาตรฐานของหลายประเทศในเครือจักรภพ รวมถึงบางส่วนของไทยด้วย



🇺🇸  สหรัฐอเมริกา — ASTM E84 และ ASTM E119

  • ASTM E84 (Steiner Tunnel Test) : ทดสอบโดยจุดไฟที่ปลายอุโมงค์ทดสอบยาว และวัดว่าไฟลามไปตามผิววัสดุเร็วแค่ไหน พร้อมวัดความหนาแน่นของควัน (Smoke Developed Index) ผลลัพธ์จัดเป็น Class A (ดีที่สุด, Flame Spread Index 0-25), Class B, และ Class C
  • ASTM E119 : ทดสอบความทนไฟของโครงสร้าง คล้ายกับ BS 476 Part 20-23 โดยเผาตัวอย่างในเตาทดสอบตามกราฟอุณหภูมิมาตรฐาน แล้ววัดระยะเวลาที่ทนได้

มาตรฐาน ASTM เป็นที่นิยมใช้อ้างอิงในโครงการที่ต้องการมาตรฐานสากลระดับสูง เนื่องจากมีเกณฑ์ที่เข้มงวดและเป็นที่ยอมรับกว้างขวาง



🇪🇺  สหภาพยุโรป — EN 13501

ระบบยุโรปมีจุดเด่นตรงที่ให้ "รหัสมาตรฐาน" ที่อ่านเข้าใจง่ายในตัวเอง

  • EN 13501-1 (Reaction to Fire) : จัดกลุ่มวัสดุเป็น Euroclass ตั้งแต่ A1 (ไม่ติดไฟเลย) ไปจนถึง F พร้อมรหัสเสริม เช่น s1-s3 (ปริมาณควัน, s1 = น้อยที่สุด) และ d0-d2 (การหยดของวัสดุที่ลุกไหม้, d0 = ไม่มีหยดไฟ)
  • EN 13501-2 (Fire Resistance) : ให้ผลเป็นรหัส เช่น REI 45 หมายถึงโครงสร้างนั้นรักษาความสามารถในการรับน้ำหนัก (R), ความสมบูรณ์ไม่ให้ไฟทะลุ (E), และการกันความร้อน (I) ได้นาน 45 นาที

ระบบนี้ถูกนำไปใช้อ้างอิงในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงเอเชีย เพราะอ่านค่าและเทียบเคียงกันได้ง่าย



🇯🇵  ญี่ปุ่น — JIS A1304 และ Building Standards Act

ญี่ปุ่นมีระบบทดสอบที่พัฒนามาอย่างยาวนาน เนื่องจากประวัติศาสตร์เมืองที่เผชิญอัคคีภัยครั้งใหญ่หลายครั้ง

  • JIS A1304 : ทดสอบความทนไฟของชิ้นส่วนโครงสร้างอาคาร (ผนัง เสา คาน พื้น ฝ้า หลังคา) โดยใช้กราฟอุณหภูมิมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับ ASTM E119, BS 476 และ DIN 4102 ของเยอรมนี ทำให้เทียบเคียงผลกันได้ในระดับหนึ่ง
  • ภายใต้ Building Standards Act วัสดุที่ต้องการรับรองเป็น "วัสดุไม่ติดไฟ" (Non-combustible Material) ต้องผ่านการทดสอบทั้งด้านการปล่อยความร้อนและการเกิดก๊าซพิษ ตามคู่มือทดสอบของหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง



🇦🇺  ออสเตรเลีย — AS 1530 Series

ออสเตรเลียใช้ชุดมาตรฐาน AS 1530 ที่แบ่งเป็นหลายส่วนคล้ายระบบอังกฤษ

  • AS 1530.1 : ทดสอบความสามารถในการติดไฟของวัสดุ (Combustibility)
  • AS 1530.3 : ทดสอบการลุกติดไฟ การลามไฟ การปล่อยความร้อน และควัน สำหรับผนังภายในช่วงเริ่มต้นของเพลิงไหม้
  • AS 1530.4 : ทดสอบความทนไฟของโครงสร้าง ให้ผลเป็น FRL (Fire Resistance Level) เช่น 90/60/30 หมายถึงทนโครงสร้าง 90 นาที ทนการทะลุของไฟ 60 นาที และกันความร้อน 30 นาที

ระบบนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับ National Construction Code (NCC) ของออสเตรเลีย และการทดสอบต้องทำในห้องแล็บที่ได้รับการรับรองจาก NATA เท่านั้น



🇹🇭  ประเทศไทย — มยผ. 1301/1302 และกฎกระทรวง

ไทยอ้างอิงหลักเกณฑ์จากทั้งมาตรฐานสากลและกฎหมายเฉพาะ

  • มยผ. 1301 และ 1302 : กำหนดมาตรฐานการลามไฟและการเกิดควันของวัสดุตกแต่งภายในอาคารสาธารณะ โดยพื้นที่โถงทางเดินและทางหนีไฟต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเทียบเท่า Class A (FSI 0-25 และ SDI ไม่เกิน 450 ตามระบบ ASTM E84)
  • กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาคาร : กำหนดให้วัสดุที่ใช้บุฝ้าเพดาน ผนัง และพื้นที่ตกแต่งภายในต้องมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ และผ่านการรับรองเรื่องการลุกลามของไฟและควันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ให้บริการสาธารณะ



ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับการเลือกวัสดุ

แม้ชื่อมาตรฐานจะต่างกัน แต่หลักการพื้นฐานคล้ายกัน คือ

(1) วัสดุลามไฟช้าแค่ไหน

(2) ทนไฟได้กี่นาที

(3) เกิดควันพิษมากน้อยเพียงใด

สถาปนิกและผู้ออกแบบที่ทำงานกับโครงการนานาชาติ จึงมักต้องเข้าใจมาตรฐานมากกว่าหนึ่งระบบ เพื่อเลือกวัสดุที่เหมาะกับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ

ผลิตภัณฑ์ของ Trandar Acoustics ได้รับการทดสอบและมีเอกสารรับรองครอบคลุมมาตรฐานสากลหลายระบบ (เช่น BS 476, ASTM E84, EN 13501) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ทั้งในโครงการภายในประเทศและโครงการที่ต้องอิงมาตรฐานต่างประเทศ






Inquire/order Trandar Acoustics products at

🛒 Website : www.trandar.com/store/

📱 Line OA : @Trandaraocoustic https://lin.ee/yoSCNwF

📱 Line OA : @Trandarstore https://lin.ee/xJr661u

☎️ Tel : 02-722-7007

Comments

Your email will not be displayed. Required fields are marked with *