
หลายคนเลือกวัสดุจากความสวย ราคา หรือค่ากันเสียง
แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน... "เวลาเกิดไฟ วัสดุนั้นมีพฤติกรรมอย่างไร?"
หากวัสดุไม่เกิดการลุกไหม้และไม่เพิ่มอุณหภูมิของเตาเกินเกณฑ์ที่กำหนด จะถือว่าผ่านการทดสอบ Non-combustibility หรือ "ไม่เป็นเชื้อเพลิง"
หากวัสดุเองเป็นเชื้อเพลิง เมื่อเกิดไฟ ไฟจะมีเชื้อเพลิงเพิ่มทันที ทำให้ไฟลุกไหม้รุนแรงขึ้น
วัสดุบางชนิดแม้จะไม่ได้ติดไฟง่าย แต่เมื่อโดนไฟแล้ว อาจปล่อยพลังงานความร้อนจำนวนมาก
ความร้อนเหล่านี้คือเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟขยายตัวเร็วขึ้น
BS 476 Part 6 จึงทดสอบว่า วัสดุนั้นมีส่วนช่วยให้ไฟเติบโต (Fire Propagation) มากน้อยเพียงใด
ผลการทดสอบจะรายงานเป็น Fire Propagation Index (I) ยิ่งค่าต่ำ ยิ่งดี
หมายถึงวัสดุปล่อยความร้อนน้อย และมีส่วนต่อการลุกลามของไฟน้อยกว่า
วัสดุอาจ
สมมติว่าไฟเริ่มติดที่ผนัง คำถามคือ เปลวไฟจะวิ่งไปทั่วผนังเร็วแค่ไหน?
Part 7 จึงทดสอบ Surface Spread of Flame หรือการลุกลามของเปลวไฟบนผิววัสดุ
ผลแบ่งเป็น
วัสดุที่ได้ Class 1
หมายถึงเปลวไฟลามบนผิววัสดุน้อยที่สุดภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ ถ้าวัสดุลามไฟเร็วไฟจะเดินทางตามผนังและฝ้าได้อย่างรวดเร็วเพิ่มโอกาสที่
หลายคนเข้าใจว่า วัสดุไม่ติดไฟ = ผนังทนไฟ จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะแม้วัสดุแต่ละชิ้นจะไม่ติดไฟแต่เมื่อประกอบเป็นผนังจริง อาจเกิด
ได้ทั้งหมด
จึงมีมาตรฐาน BS 476 Part 20
ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนด หลักการและวิธีการทดสอบความทนไฟ (Fire Resistance) ขององค์ประกอบอาคาร โดยจำลองสภาวะเพลิงไหม้มาตรฐานด้วยเตาเผาและเส้นโค้งอุณหภูมิ (Standard Time-Temperature Curve) เพื่อประเมินว่าองค์ประกอบอาคารจะคงประสิทธิภาพได้ยาวนานเพียงใด
ระบบผนังจะถูกพิจารณาจาก 3 ด้านสำคัญ
ผนังยังสามารถกั้นเปลวไฟและควันร้อนไม่ให้ทะลุผ่านได้หรือไม่ หากมีรอยแตกจนไฟผ่านได้ถือว่าไม่ผ่าน
อีกด้านของผนังร้อนเกินไปหรือไม่ หากความร้อนทะลุไปจนสามารถทำให้วัสดุฝั่งตรงข้ามติดไฟได้ถือว่าไม่ผ่าน
สำหรับองค์ประกอบที่รับน้ำหนัก จะประเมินว่ายังคงรับน้ำหนักได้โดยไม่พังทลายหรือไม่ (เกณฑ์นี้ใช้กับองค์ประกอบรับน้ำหนักเป็นหลัก)
จะแสดงเป็น 30 / 60 / 90 / 120 / 180 นาที ยิ่งเวลามากยิ่งช่วยเพิ่มเวลาในการอพยพและการเข้าควบคุมเพลิง
Part 22 คือการนำหลักของ Part 20 มาทดสอบกับผนังที่ไม่รับน้ำหนัก (Non-loadbearing Wall) เช่น
รวมถึงประตู ผนังกระจก และฝ้าเพดานบางประเภทที่ไม่รับน้ำหนัก ตามขอบเขตของมาตรฐาน
เพราะต่อให้
แต่ถ้าประกอบกันไม่ดี ระบบผนังก็อาจพังได้เร็วกว่าเดิม ดังนั้นมาตรฐานนี้จึงทดสอบ "ระบบจริง" เหมือนที่ติดตั้งในอาคารไม่ใช่ทดสอบเฉพาะวัสดุแต่ละชิ้น
ระบบผนังกันเสียง Trandar Hitech Wall ไม่ได้ออกแบบให้ "กันเสียง" เพียงอย่างเดียวแต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
✅ BS 476 Part 6 : การลุกลามของไฟ (Fire Propagation)
✅ BS 476 Part 7 : การลามไฟบนผิววัสดุ (Surface Spread of Flame)
✅ BS 476 Part 20 & Part 22 : การทดสอบความทนไฟของ ระบบผนังทั้งระบบ (Fire Resistance of Non-loadbearing Wall System) โดยประเมินความสามารถในการกั้นเปลวไฟ ความร้อน
และการคงสภาพของผนังภายใต้สภาวะเพลิงไหม้มาตรฐาน ระยะเวลามากกว่า 220 - 240 นาที
เมื่อใช้งานร่วมกับ
Trandar dBphon ซึ่งผ่าน ✅ BS 476 Part 4 จึงช่วยให้ระบบผนังมีทั้ง
จึงเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้ง การกันเสียงและความปลอดภัยด้านอัคคีภัย สำหรับอาคารที่ต้องการมาตรฐานสูง





สอบถาม/สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Trandar Acoustics ได้ที่
🛒 Website : www.trandar.com/store/
📱 Line OA : @Trandaraocoustic https://lin.ee/yoSCNwF
📱 Line OA : @Trandarstore https://lin.ee/xJr661u
☎️ Tel : 02-722-7007
อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *