Trandar
เมนู
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ สินค้า
insul
ผลงาน
บทความ
ข่าว ติดต่อเรา
ไทย English 中文 日本語 한국어
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดาวน์โหลด ยังไม่มีบัญชี? สมัครที่นี่

ผนังกันเสียงคืออะไร? หลักการทำงานและวิธีเลือกผนังกันเสียงให้เหมาะกับพื้นที่

: ผนังกันเสียง คือระบบผนังที่ออกแบบเพื่อลดการส่งผ่านของเสียงจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง โดยอาศัยองค์ประกอบร่วมกันหลายส่วน เช่น มวลของผนัง การแยกโครงสร้าง ช่องอากาศ ฉนวน และการซีลรอยต่อ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกั้นเสียงของผนังทั้งระบบ ผนังกันเสียงจึงต่างจาก "ผนังซับเสียง" ซึ่งเน้นลดเสียงสะท้อนก้องภายในห้องเดียวกันเป็นหลัก ไม่ใช่การป้องกันเสียงข้ามพื้นที่


หลายคนยังเข้าใจผิดว่าผนังกันเสียงคือ "วัสดุ" ชิ้นเดียวที่แปะเข้ากับผนังแล้วเสียงจะหายไป แต่ในความเป็นจริง ผนังกันเสียงที่ได้ผลจริงต้องมองเป็น ระบบ ที่ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบทำงานร่วมกัน ไม่ใช่วัสดุชิ้นเดียวโดดๆ ปัจจุบันแหล่งข้อมูลด้านอะคูสติกจำนวนมากก็เริ่มอธิบายผนังกันเสียงในลักษณะนี้มากขึ้น เพราะสะท้อนหลักการทางฟิสิกส์ที่แท้จริงมากกว่าการมองว่าเป็นแค่แผ่นวัสดุ บทความนี้อธิบายหลักการทำงานของผนังกันเสียง ความแตกต่างจากผนังซับเสียง และวิธีเลือกระบบให้เหมาะกับพื้นที่ของคุณ


หลักการทำงานของผนังกันเสียง

ผนังกันเสียงที่มีประสิทธิภาพอาศัยองค์ประกอบ 5 ส่วนทำงานร่วมกัน แต่ละส่วนมีบทบาทต่างกันในการลดทอนพลังงานเสียงที่พยายามทะลุผ่าน

  • มวลของผนัง (Mass) ยิ่งผนังมีมวลหรือความหนาแน่นมากเท่าไหร่ ยิ่งสกัดกั้นคลื่นเสียงได้ดีเท่านั้น หลักการนี้เรียกว่า Mass Law เป็นเหตุผลที่ผนังก่ออิฐหนาๆ กันเสียงได้ดีกว่าผนังยิปซัมบางๆ ตามธรรมชาติ
  • การแยกโครงสร้าง (Decoupling) การแยกโครงคร่าวสองฝั่งของผนังไม่ให้ยึดติดกันโดยตรง ช่วยตัดเส้นทางที่แรงสั่นสะเทือนของเสียงจะส่งผ่านจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งผ่านโครงสร้างแข็ง ระบบผนังที่มีค่ากันเสียงสูงมักใช้โครงคร่าวสองชุดแยกอิสระจากกันแทนที่จะใช้โครงชุดเดียว
  • ช่องอากาศ (Air Gap) ช่องว่างระหว่างชั้นวัสดุทำหน้าที่เป็นตัวลดทอนพลังงานเสียงก่อนเดินทางถึงอีกฝั่ง ยิ่งช่องอากาศกว้างขึ้นในระดับหนึ่ง ยิ่งช่วยเพิ่มค่ากันเสียงได้มากขึ้น
  • ฉนวนภายใน (Insulation) วัสดุฉนวนที่บรรจุอยู่ในช่องว่างของผนัง เช่น ใยหินหรือใยแก้ว ช่วยดูดซับพลังงานเสียงที่เดินทางผ่านช่องอากาศ ลดการสะท้อนไปมาภายในโพรงผนังที่อาจขยายเสียงบางความถี่ให้ดังขึ้น
  • การซีลรอยต่อ (Sealing) รอยต่อ ช่องเสียบปลั๊ก หรือช่องว่างเล็กๆ ตามขอบผนังเป็นเส้นทางที่เสียงทะลุผ่านได้ง่ายกว่าที่คิด ผนังที่มีมวลและฉนวนดีแค่ไหน หากซีลรอยต่อไม่สนิท ค่ากันเสียงโดยรวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


ผนังกันเสียงกับผนังซับเสียง ต่างกันอย่างไร?

แม้จะฟังดูคล้ายกัน แต่ผนังกันเสียง (Sound Insulation) และผนังซับเสียง (Sound Absorption) ทำหน้าที่คนละอย่างและวัดผลด้วยค่าคนละตัว

  • ผนังซับเสียง เน้นลดเสียงสะท้อนก้อง (Reverberation) ที่เกิดขึ้นภายในห้องเดียวกัน ด้วยพื้นผิวที่มีรูพรุนให้คลื่นเสียงแทรกซึมเข้าไปสลายพลังงาน วัดผลด้วยค่า NRC มักเป็นแผ่นวัสดุติดตั้งเฉพาะจุดบนผนังโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างผนังทั้งระบบ ตัวอย่างเช่น Trandar ZIVANA แผ่นอะคูสติกใยไม้ และ Trandar Solo แผ่นอะคูสติกทรงเรขาคณิต
  • ผนังกันเสียง เน้นป้องกันไม่ให้เสียงทะลุผ่านจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง ต้องอาศัยองค์ประกอบทั้งระบบตามที่อธิบายไว้ข้างต้น วัดผลด้วยค่า STC เป็นการออกแบบผนังทั้งระบบตั้งแต่โครงสร้าง ไม่ใช่การติดแผ่นวัสดุเสริมเฉยๆ ตัวอย่างเช่นระบบ Trandar Hitech Wall ภายใต้ชื่อ TSIS (Trandar Sound Insulation System)

พูดง่ายๆ คือ ผนังซับเสียงแก้ปัญหา "คุยกันในห้องแล้วเสียงก้อง ฟังไม่ชัด" ส่วนผนังกันเสียงแก้ปัญหา "ได้ยินเสียงจากห้องข้างๆ หรือเสียงจากด้านในรั่วออกไปรบกวนคนอื่น" ซึ่งเป็นคนละปัญหาที่ต้องใช้คนละระบบแก้


วิธีเลือกผนังกันเสียงให้เหมาะกับพื้นที่

การเลือกระบบผนังกันเสียงที่เหมาะสมควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน

  • ระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องกา พื้นที่พักอาศัยทั่วไปอาจต้องการค่ากันเสียงระดับ STC 43-53 ก็เพียงพอ ในขณะที่สตูดิโอบันทึกเสียงหรือห้องซ้อมดนตรีอาจต้องการค่าสูงถึง STC 70 ขึ้นไป ยิ่งค่า STC สูง โครงสร้างผนังยิ่งซับซ้อนและหนาขึ้นตามไปด้วย
  • ความหนาที่พื้นที่รองรับได้ ระบบกันเสียงที่ให้ค่า STC สูงมักต้องใช้ความหนาผนังมากกว่า หากพื้นที่มีข้อจำกัดด้านความหนา อาจต้องเลือกระบบที่ใช้เทคนิคการแยกโครงสร้างแทนการเพิ่มความหนาอย่างเดียว
  • น้ำหนักที่โครงสร้างอาคารรองรับได้ ระบบผนังกันเสียงน้ำหนักเบาที่ไม่ใช้ผนังก่ออิฐสามารถให้ค่ากันเสียงสูงได้โดยไม่เพิ่มภาระโครงสร้างอาคารมากเท่าการก่ออิฐหนา เหมาะกับอาคารที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างหรือต้องการติดตั้งเพิ่มเติมภายหลัง
  • งบประมาณและระยะเวลาก่อสร้าง ระบบผนังกันเสียงสำเร็จรูปมักติดตั้งได้เร็วกว่าการก่ออิฐแบบดั้งเดิมมาก ซึ่งช่วยประหยัดทั้งค่าแรงและระยะเวลาปิดพื้นที่ก่อสร้าง


ตัวอย่างระบบผนังกันเสียงจาก Trandar

Trandar Acoustics พัฒนาระบบผนังกันเสียงภายใต้ชื่อ Trandar Hitech Wall โดยใช้ระบบ TSIS (Trandar Sound Insulation System) ซึ่งผสาน 3 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน คือแผ่นกันเสียง Trandar Zoundboard ที่มีเทคโนโลยี Damping Compound ในเนื้อแผ่น โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี Trandar Heplar Pro และฉนวนกันเสียง Trandar dBphon โดยไม่มียิปซัมเป็นส่วนประกอบ

ระบบ TSIS มีให้เลือกหลายรุ่นครอบคลุมค่ากันเสียงตั้งแต่ STC 43 สำหรับพื้นที่พักอาศัยทั่วไป ไปจนถึง STC 77 สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเงียบระดับสตูดิโอมืออาชีพ โดยยิ่งค่ากันเสียงสูงขึ้น ระบบจะเพิ่มการแยกโครงสร้างเป็นโครงคู่หรือผสมผนังก่ออิฐเข้าไปเพื่อเพิ่มมวลรวมของผนัง

หากกำลังวางแผนเลือกผนังกันเสียงสำหรับโครงการ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย ออฟฟิศ หรือสตูดิโอที่ต้องการค่ากันเสียงสูงเป็นพิเศษ ทักแชทมาเล่ารายละเอียดโครงการให้ทีม Trandar Acoustics ฟังได้เลยครับ ยินดีช่วยคำนวณและแนะนำระบบที่เหมาะกับพื้นที่และงบประมาณของคุณ



สอบถาม/สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Trandar Acoustics ได้ที่

🛒 Website : www.trandar.com/store/

📱 Line OA : @Trandaraocoustic https://lin.ee/yoSCNwF

📱 Line OA : @Trandarstore https://lin.ee/xJr661u

☎️ Tel : 02-722-7007

ความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *